[S.Fan Fiction FFK] Only Time (Kaew x Fang)
posted on 21 Nov 2009 18:06 by miharu-nekoอันยองค่ะ ทุกๆคน ^^
เนื่องจากไม่รู้จะอัพไรดี
เลยตัดสินใจลงฟิคล่ะกันเนอะ
เป็นฟิคแก้วฟาง แห่งวง เฟย์ฟางแก้วนะคะ
จะคลอดปีล่ะครั้ง (แต่งวันเกิดหลานอ่ะค่ะ)
แปะป้ายแดงๆนะคะ
ใครรับYไม่ได้ หรือไม่สามารถอ่านYได้ กรุณาจิ้ม
เครื่องหมายกากบาททางขวามือของท่านด้วยค่ะ
ขอความกรุณา ณ ที่นี้
ไม่อยากได้ยินคำว่า รับฟิควายไม่ได้ เกลียดฟิควาย - -
บอกคำเดียวว่า...
เบื่อค่ะ.....
รู้ข้อตกลงแล้วนะคะ ^^
ใครที่อ่านได้ ก็เชิญอ่านกันได้เลยค่ะ
♥ ............................................................................................♥
Title : Only Time
Author : Miharu_kan
Couple : Kaew x Fang
Rate : NC-? (เนื่องจากการตรวจเอนซีเป็นที่ระบาด ใครอยากอ่านเอนซี(อันน้อยนิด จริงๆนะ)หลังไมค์นะ)
Spoilers : เวลาคือเครื่องพิสูจน์ รักหรือเวลากันแน่ที่จะทำให้เราใกล้ชิดกัน
Summary : -
Author notes : ตกลงว่านี้คือฟิคแก้วฟางเรื่องที่สองของมิ โฮ่ะๆ ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เคยแต่งแนวยูริก็ฉพาะคู่นี้เท่านั้นค่ะ >< คู่นี้น่ารัก จิ้นง่าย และแอบเรียล (หึคึคึคึ) ลงย้อนหลังไปหน่อยนะคะ แต่งเสร็จตั้งแต่วันที่10ตุลา แต่งเนื่องจากวันเกิดหลานสุดที่ร้ากกกกก นะค๊า >///< ก็ขอให้หลานมีความสุขกับฟิคเรื่องนี้นะจ๊ะ ถึงป้าจะแต่งลวกๆ ชุยๆ ฉ่อยๆไปบ้างเพราะประสบการณ์ฟิคไม่ดีพอแถมช่วงสอบด้วย ก็ขออภัยนะจ๊ะ
แนะนำให้ฟังเพลง it's loves ของแทยอนแล้วก็ซันนี่ที่ร้องประกอบละครที่หมียุนแสดงอ่ะค่ะ เพราะผล็อตส่วนใหญ่มากจากเพลงนั้นแหละค่ะ (เพลงโปรดคนแต่งด้วย คนแต่งชอบมากกก)
ฟิคเรื่องนี้แบ่งเป็นสาม-สี่พาร์ทนะคะ เพราะดันแต่งยาวไปหน่อย รอดูคอมเม้นท์ก่อนแล้วจะมาลงพาร์ทต่อไปนะคะ ^^
รับคำติชมจากทุกคนค่ะ ^^
เพลงประกอบฟิคค่า
Sarang In Gul Yo - Tae Yeon & Sunny
♥ .....................................................................................................♥
PART 1
สองตากลมโตสีน้ำตาลเข้มแวววาวจ้องมองใบหน้าคนข้างๆ ดวงหน้าเล็กขมวดคิ้วบางสีดำขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยู่ปากบางได้รูปขึ้นด้วยความสงสัย
ปากเล็กเริ่มขยับ ก่อนมือเรียวขาวจะดึงชายเสื้อคนข้างตัวเบาๆ
“ทำไม พี่ฟางทำท่าไม่ชอบเขาล่ะ?”
“...............................”
...........................
“ใครบอก...พี่รักเขาจนหมดหัวใจแล้วนะ....”
......[ Did you…Did you hear it now?]
...................................................................................................................................................................................
...เมื่อสามปีก่อน...
เด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวสลวยหยักศก ใบหน้าขาวเนียนน่ารัก ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองกลุ่มตึกสีเงินแวววาวอย่างตึกของบริษัทค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ “RS” อย่างตื่นเต้น จนมือบางที่กุมมือเล็กๆของเด็กสาวเรือนผมซอยสั้นสีน้ำตาลเข้มเช่นกันสั่นไปหมด เด็กสาวเรือนผมสั้น ใบหน้าน่ารักต้องบีบมือบางของเด็กสาวเรือนผมยาวสลวยเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ
“ปะ...พี่ฟาง วันนี้เราทำให้เต็มที่นะ!” เด็กสาวผมสั้น พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตากลมเล็กหากแต่ดูสุกใสหยีลงทันตา จนเรียกให้ใบหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็น “พี่สาว” ของตนเผยรอยยิ้มบางเบาขึ้นมาทันที
“..จ้า พี่สู้เต็มที่อยู่แล้ว! เพื่อความฝันของพวกเราเนอะ เฟย์”
สองพี่น้องกล่าวให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ก่อนที่จะรีบก้าวขาเล็กไปยังตัวตึกใหญ่ โดยที่มีทั้งคุณพ่อและคุณแม่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างนอก ฟางจูงมือเฟย์ไปเรื่อยๆจนเข้าไปข้างในตัวตึก
ขณะที่สองสาวกำลังลงรายชื่อสมัครคัดตัว ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเข้ากับสีเรือนผม ชายตาไปเจอกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง
เด็กสาวรูปร่างสูงผอม เรือนผมสีน้ำตาลช็อคโกแล็ตซอยรากไทร ใบหน้าคมเข้มที่เข้ากับดวงตาเรียวสีดำ จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากเอิบอิ่มยักยิ้มเมื่อเห็นเด็กสาวเรือนผมยาวสีน้ำตาลเข้มมองมาที่ตน จนเด็กสาวต้องหลบหน้าหนีด้วยความรู้สึกอายทันที
....เป็นอะไรไปล่ะ อย่าลืมสิว่าเราเพิ่งเจอกับอะไรมา....
“พี่ฟางๆ เป็นอะไร? เขียนเสร็จแล้วก็ไปนั่งรอดิ”
เฟย์สะกิดแขนเล็กอวบ(?)เบาๆ ก่อนที่ฟางจะสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย
“อาๆ โทษทีจ้ะ ไปกันๆ”
ฟางจูงมือน้องสาวเรือนผมสั้นไป โดยที่เดินผ่านเด็กสาวร่างผอมสูงคนนั้น ใบหน้าเล็กแอบแหงนมองใบหน้าคม แต่ก็ต้องรีบก้มหน้าทันทีเมื่อใบหน้าคมของเด็กสาวร่างผอมยิ้มให้ตน ซึ่งแลดูเท่และมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด จนเด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวจะรู้สึกร้อนที่ใบหน้าขาวเนียน
เฟย์จูงมือพี่สาวมานั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าห้องออดิชั่นเพื่อรอการคัดตัว ความฝันของพวกเขากำลังจะกลายเป็นจริงแล้วสินะ การเป็นนักร้อง นั้นคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสอง
เด็กสาวทั้งสองกุมมือแน่นเมื่อรู้ว่าใกล้เวลาที่ตนจะต้องไปแสดงความสามารถภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆต่อหน้าคณะกรรมการเข้มงวดนั้นเข้ามาทุกที เด็กสาวเรือนผมสั้นตื่นเต้นซะจนต้องบิดตัวไปมาเล็กน้อยเพื่อคลายอาการตึงเครียด ฟางเองก็รู้สึกตึงเครียดไม่แพ้กัน สองตากลมโตมองไปรอบๆพยายามเรียกสติกลับมา แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงทันที
“นี่เธอ ฉันขอนั่งด้วยคนได้ไหม?”
เด็กสาวร่างสูงผอมคนเดิมที่ฟางเห็นเดินเข้ามาใกล้ร่างบางๆของตน ก่อนจะค่อยๆเผยรอยยิ้มอย่างที่เคยเป็นให้ ฟางเบิกตาโพลงเล็กน้อย ใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนตัวสูง
“อื้อ ได้สิๆ” เสียงใสของเด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลกลับตอบมาแทนอย่างอารมณ์ดี ร่างสูงพยักหน้าน้อยๆ แล้วจึงนั่งลงข้างเด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาว ที่กำลังก้มหน้างุดๆซ่อนใบหน้าแดงเรื่อเอาไว้
“หวัดดีนะ ฉันชื่อแก้ว พวกเธอชื่ออะไรกันเหรอ?” เสียงทุ้มของแก้วดังขึ้น เฟย์หันมายิ้มอย่างอารมณ์ดี แต่ฟางกลับค่อยๆช้อนดวงตากลมโตขึ้นมองใบหน้าคม สังเกตได้เลยว่าสายตาเรียวของแก้วจ้องมองหน้าของฟางตลอด
“...หวัดดีค่ะ ฉันชื่อฟาง ส่วนนี้น้องสาวฉัน ชื่อ เฟย์.....”
“ดีจ้าแก้ว เฟย์จ้า...”
เสียงใสของเฟย์พูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่เด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวแนะนำตัวด้วยเสียงเบาๆ แก้วยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยกมือเรียวจับไหล่ฟางเบาๆ จนฟางต้องสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย
....ไม่เอาๆๆๆ อย่าหวั่นไหวกับคนที่เพิ่งเจอครั้งแรกสิ!! T^T.....
....แผลเก่ายังปิดไม่สนิทเลยนะ......
“มาที่นี่ครั้งแรก ตื่นเต้นอ่ะดิ? หึๆ ตัวสั่นเชียว” แก้วหัวเราะเบาๆ จนฟางต้องหันควับมาด้วยสายตาไม่พอใจนิดๆ ...นี่ดูถูกกันเหรอ ให้มันหน่อยน้อยเหอะ...
“ใช่ค่ะ!!!” อ้าว แล้วนี่เฟย์ตอบแทนพี่ฟางทำไมเนี่ย? นั้นหน้าตายิ้มแป้นแล้นอีก - -“
“เชอะ แล้วทีแก้วล่ะ? เคยมาบ่อยแล้วงั้นเหรอ?”
เด็กสาวเรือนผมหยักศกยาวสลวยตอบกลับกับพูดประชดนิดๆ เสียงหวานออกแนวเคืองๆปนกับแก้มขาวเนียนอมลมป่องขึ้นปากเล็กชมพูยู่ขึ้นเล็กน้อย จนเด็กสาวร่างสูงมาดเท่ต้องเผลอยิ้มและหัวเราะออกมาในความน่ารักของอีกฝ่าย
“ป่าว ครั้งแรกเหมือนกัน” แก้วกลั้นหัวเราะสุดฤทธิ์ที่อีกฝ่ายทำหน้าเหวอ มาครั้งแรกทำไมถึงดูไม่ตื่นเต้นเลยนะ?
ฟางทำหน้ายู่นิดๆ คนๆนี้ขี้โอ่ชะมัด หมั่นไส้ - -“
“....หมายเลข0137และ0138 คุณธนันต์ธรณ์ นีระสิงห์ และคุณพรปวีณ์ นีระสิงห์ เชิญเข้าห้องคัดตัวค่ะ...”
เสียงพนักงานสาวหน้าห้องคัดเลือกดังขึ้นตามสายผ่านมาทางลำโพง จนฟางกับเฟย์ต้องหันมองหน้ากัน
...มาถึงแล้วสินะ วันที่ฝันของพวกเราจะเป็นจริง....
“นั่น เขาเรียกชื่อพวกเธอแล้วนิ พยายามเข้านะ สู้ๆ”
นิ้วเรียวทั้งสองของเด็กสาวร่างโปร่งชูขึ้นตั้งท่า “สู้ๆ” ก่อนจะหันมายิ้มอย่างอารมณ์ดี ผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ แต่ฟางกลับเห็นว่ามันเป็นรอยยิ้มที่กวนประสาทเสียมากกว่า
“ขอบใจน้าแก้ว แก้วก็พยายามเข้าล่ะ...”
“ไปเหอะเฟย์ เดี๋ยวกรรมการรอนาน โดนหักคะแนน “เสียเวลา!!”
ฟางพูดกระแทกเสียงคำหลังประโยคก่อนจะรีบดันหลังของเด็กสาวเรือนผมซอยสั้นไปทันที แก้วส่ายหัวเล็กน้อยกับคนตรงหน้า คนอะไรน่ารักชะมัด.....
.....อยากเจออีกจังเลย...ฟาง...
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
การออดิชั่นผ่านไปอย่างยากลำบาก แม้สองพี่น้องจะเคยเป็นพิธีกรรายการภาคสนาม ซึ่งอยู่ในวงการบันเทิงเป็นทุนอยู่แล้ว กรรมการในห้องคัดเลือกนี่ก็โหดเสียเหลือเกิน สองพี่น้องแสดงความสามารถกันเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การเต้น หรือต่างๆนานา จนสุดท้ายกรรมการก็ตัดสินให้สองพี่น้องตระกูลนีระสิงห์ผ่านในการคัดตัวครั้งนี้จนได้
ฟางและเฟย์เมื่อทราบดังนั้นก็กระโดดกอดกันกลมด้วยความดีใจ ความฝันของพวกเขาประสบความสำเร็จแล้ว ความฝันที่จะได้เป็นศิลปินนักร้องเต็มตัวใกล้เข้ามาทุกที ทั้งสองเดินกอดคอกันออกมาจากห้องคัดตัว ใบหน้าหวานที่โดนแต่งเติมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขนั้นยิ่งดูก็ยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่
“เย้ๆๆๆ แก้ว เฟย์ผ่านแล้วๆๆๆ”
“ฟางด้วยๆๆๆๆ”
เฟย์และฟางกระโดดเข้ากอดแขนบางๆของแก้วคนล่ะข้างจนเด็กสาวร่างสูงโปร่งต้องเซไปตามแรงของสองพี่น้อง เด็กสาวเรือนผมยาวสลวยที่เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเผลอลืมตัวไปกอดแขนแก้วด้วยความดีใจไปหน่อย จึงรีบผละออกทันที ...อย่าลืมเด่ะ ว่าหมั่นไส้อีตาคนนี้อยู่....
แก้วเห็นดังนั้น ก็หัวเราะหึออกมาเบาๆ แล้วจึงหันไปยิ้มให้ฟางจนตาหยี
“อะไรอ่ะ ฟาง กอดนานๆหน่อยก็ได้นี่ แก้วไม่ห่วงตัว”
แก้วพูดพร้อมกระตุกยิ้มเบาๆ จนฟางต้องหน้าขึ้นสีแดงจัดเพราะด้วยความอายหรือว่าโมโหแก้วกันแน่
“อะไรๆๆ ห๊ะ แก้ว ฟางไม่ได้จะตั้งใจกอดแก้วสักหน่อย!”
“แล้วฟางมากระโดดกอดแขนแก้วซะแน่นทำไมอ่ะ? แก้วเซเลย คนอะไรตัวหนักชะมัด”
ฟางเจอแบบนี้ก็เหมือนมีอะไรมาจุกในคอทันที นั้นสิ ตะกี้ฉันไปกอดยัยแก้วมันทำไม!!?
“อะ อะไรเล่า!! ฟางจะดึงแก้วให้ออกจากเฟย์ต่างหากล่ะ!! ฟ.... ฟางไม่อยากกอดแก้วเลยนะ!!! แล้วนี่หาว่าฟางอ้วนเหรอ!!?” เสียงหวานๆของเด็กสาวผมยาวสลวยเถียงตะกุกตะกัก แบบนี้ยิ่งทำให้แก้วอยากแกล้งไปอีก และยิ่งสนุกเมื่อได้เห็นคนตัวเล็กกว่าหน้าขึ้นสีและเถียงเขาไม่ออกแบบนี้
....น่ารักจริงๆ คนอะไรเนี่ย....
“...โอ้ยยยย พอเลยทั้งสองคนหยุดๆๆๆๆ เถียงกันเป็นผัวเมียตีกันอยู่ได้!!!! เฟย์ปวดหูแล้วนะ!”
“ใครผัวเมียกันห๊ะ!!?/ผัวเมีย โห เฟย์คิดได้ไงเนี่ย เยี่ยม!”
เสียงแว้ดๆใสของฟางดังขึ้นก่อนที่แก้วจะดังขึ้นมาสมทบทันที ฟางหันขวับไปทำหน้าบูดใส่แก้ว ส่วนแก้วก็ยิ้มยียวนมาให้ฟาง
“...พอแล้วๆๆๆ เลิกเถียงกันเป็นเด็กๆสักที พี่ฟางกับเฟย์ผ่านแล้ว แก้วคัดตัวยังเนี่ย? จะได้มาอยู่ค่ายเดียวกับเฟย์แล้วก็พี่ฟางไง”
เด็กสาวผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มนึกอยากจะเอาสก๊อตเทปมาปิดปากน้องสาวที่รักยิ่งกว่าชีวิตก็คราวนี้ล่ะ ทำไมต้องให้กำลังใจยัยแก้วมาอยู่ค่ายเดียวกับฉันด้วย!!!?
“ผ่านแล้ว...” แก้วพูดขึ้นเปรยๆ
“ผ่านการตกรอบแล้ว” ฟางพูดเสริมขึ้นมาทันที
“แก้วหมายถึงแก้วผ่านในการออดิชั่นแล้วน่ะสิ ก่อนที่ฟางจะออกมาอีกนะ” เด็กสาวเรือนผมซอยรากไทรสีช็อคโกแล็ตพูดแล้วจึงเสยผมด้านหน้าเล็กน้อย หันมาส่งยิ้มกวนประสาทไปให้ฟางที่อ้าปากเหวออีกครั้ง
อ๊ากกก อีตานี่ จะกวนบาทาฉันไปถึงไหน!!?
“ว้าววว แก้วเก่งจัง แบบนี้ก็ได้มาอยู่ค่ายเดียวกันแล้วสิ เย้~~!!” เฟย์กระโดดไปเกาะเอวบางของแก้วอีกครั้งก่อนจะกระโดดโย่งๆด้วยความดีใจ ผิดกับฟางลิบลับที่ยืนอ้าปากค้าง แต่ก็ต้องสะบัดใบหน้าน่ารักทันทีเมื่อแก้วมองมาที่ตน
...หมั่นไส้ว้อยยยย....
“อะไรอ่ะฟาง คนอุตส่าห์ได้อยู่ค่ายเดียวกัน ไม่ดีใจเหรอ”
“ใครอยากอยู่ค่ายเดียวกับแก้วล่ะ แบร่~~” ฟางหันมาแลบลิ้นเล็กๆให้แก้วจนเด็กสาวร่างสูงกว่าต้องหลุดขำออกมาทันทีกับท่าทีเด็กๆของอีกฝ่าย
เด็กสาวร่างสูงโปร่งเดินไปข้างๆเด็กสาวร่างเล็กผมยาวสลวยทันที ก่อนจะวางใบหน้าคมลงบนบ่าเล็กๆของฟาง จนฟางต้องสะดุ้งขึ้นทันที
“นี่ๆๆๆ ออกไปเลยแก้ววว”
“ไม่ออก...ฟางต้องพูดแสดงความยินดีกับแก้วก่อน...” เด็กสาวร่างสูงโปร่งพูดพร้อมกับยิ่งดันใบหน้าลงบนบ่าเล็กๆของเด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาว แถมยังแอบไล้จมูกเรียวไปตามแนวผมยาวสลวยกับคอขาวๆของอีกฝ่ายอีกต่างหาก
“อ่ะ คิกๆๆๆ แก้วออกไปนะ คิก ฟางจั๊กจี๊ ออกไป” ฟางที่เผลอหัวเราะออกมาโดยลืมไปเลยตอนนี้ตนกำลังโมโหแก้วอยู่ เสียงหวานที่ถูกส่งมายิ่งทำให้แก้วอยากแกล้งคนตัวเล็กๆคนนี้ยิ่งขึ้นไปอีก
“พูดก่อนเร็ว ไม่งั้นแก้วจะคลอเคลียอยู่แบบนี้แหละ”
“อ๊ะ ยินดีด้วยค่า คุณแก้วววว!! ยินดีด้วยยยย นี่ไงพูดแล้วๆๆๆ ออกไปได้แล้ว!!” ฟางรีบใช้มือเรียวดันใบหน้าคมเรียวได้รูปของแก้วทันที แก้วรีบผละออกด้วยความเสียดายนิดๆ คนอะไรน่ารักแล้วตัวยังหอมอีก เฮ้อออ~~
ใบหน้าขาวเนียนของฟางเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อขึ้นทันที เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตะกี้ ให้ตายสิ ทำไมเราถึงยอมให้ตานั่นมันแตะตัวได้ง่ายขนาดนี้!! แล้วทำไมฉันต้องเขินด้วยเนี่ย!!?
“ก็แค่นี้อ่ะ พูดยากจริงคุณภรรยาในอนาคต...”
“พอเลยแก้ว!!! ใครภรรยาห๊า!!?”
“ก็ฟางไง...”
“อีตาแก้ววววววววว!!!!!!”
เด็กสาวร่างเล็กเรือนผมยาวแผดเสียงหวานใสที่แสบแก้วหูซะจนเฟย์ที่ยืนดูศึกสงครามผัวเมียตีกัน(?)มานานต้องยกเอามือบางมาปิดหูตนทันที ฟางปั้นใบหน้าหวานที่ตอนนี้มันทั้งโมโหแถมยังมีอีกความรู้สึกอื่นเข้าแทรกมาอีกจนใบหน้าขาวเนียนต้องขึ้นสีซะจนแดงเรื่ออีกครั้ง
“พอเถอะๆๆๆ ทั้งพี่ฟางทั้งแก้วนั้นแหละ เฟย์ไม่อยากเห็นคนฆ่ากันตายในตึกค่ายเพลงอันโด่งดัง...”
เฟย์พูดด้วยความเสียงตื่นกลัวสุดๆ พี่สาวของเขาเวลาโกรธใช่ย่อยซะทีไหน ตอนนี้พี่ฟางแทบจะพังตึกRSได้ทั้งหลังแล้วนะนั่น
ตึ้ง ตึ้ง ตึ๊งงงงง~~~
“......การคัดเลือกตัวศิลปินนักร้องหน้าใหม่ในค่ายสาขาย่อย กามิกาเซ่ ได้สิ้นสุดลงแล้วนะคะ ต่อไปนี้ขอให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมาที่ห้องลงทะเบียนและทำการเซ็นสัญญาเข้าสังกัดของค่ายRSด้วยค่ะ”
ทั้งสามคนได้หยุดฟังคำประกาศอย่างใจจดใจจ่อ ก่อนที่จะหันมามองหน้ากัน ในที่สุดพวกเขาก็เป็นนักร้องเต็มตัวแล้วสินะ อะไรที่จะรอพวกเขาหลังจากนี้ก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน
“คุณจริญญา ศิริมงคลสกุล คุณธนันต์ธรณ์ นีระสิงห์ และคุณพรปวีณ์ นีระสิงห์ เชิญที่ห้อง411 ชั้น5ค่ะ”
เสียงพนักงานสาวประกาศรายชื่อทั้งสามคนพร้อมกัน ทั้งสามมองหน้ากันอีกครั้ง
“ทำไมต้องเรียกเราสามคนไปพร้อมกันด้วยเนี่ย ฟางกับเฟย์ไม่เท่าไหร่ ทำไมต้องมีแก้วด้วยล่ะ” ฟางหน้ายู่ขึ้นอีกครั้ง บ่นเบาๆขณะที่กำลังขึ้นลิฟไปยังชั้น5 พร้อมกับเฟย์และแก้ว
“โชคชะตาเป็นใจมั้ง ที่รัก” เอาเข้าไป ครั้งที่แล้ว ภรรยา คราวนี้ที่รัก อีตาแก้วอยากตายเหรอออ!!? =[]=
แก้วหัวเราะเบาๆแล้วกระตุกยิ้มมาดเท่ละลายใจสาวๆให้ฟางทันที แต่ฟางกลับไม่รู้ว่ารอยยิ้มนั้นมันเท่แต่กลับรู้สึกว่ามันกวนอวัยวะด้านล่างสุดของฟางมากกว่านะ
“ใครที่รักห๊ะ!!?” ฟางขึ้นเสียงใสน้อยๆ แล้วสะบัดหน้าหนีแก้วทันที
“เอาอีกแล้วสองคนนี้ เผลอๆเถียงกันตลอด นี่ถ้าจับให้อยู่วงเดียวกันบ้านระเบิดแน่ๆ”
เฟย์พูดขึ้นมาเบาๆด้วยความเอือมระอา ตัวเองเด็กที่สุดในกลุ่มแท้ๆ ทำไมต้องคอยมาห้ามคนที่อายุมากกว่าตัวเองก็ไม่รู้
“พี่ไม่อยากอยู่กับคนแบบนี้หรอก!!” ฟางพูดสวนขึ้นทันควัน เฟย์รีบเงียบทันที พี่ฟางโมโหแล้วน่ากลัวชะมัด T^T
“เดี๋ยวก็ได้รู้กัน ^^” แก้วพูดกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยดังเดิม จนเฟย์สงสัยว่าแก้วนี่มองความน่ากลัวภายใต้ร่างเล็กๆและใบหน้าแสนน่ารักของพี่ฟางไม่ออกรึไงกันนะ
เมื่อลิฟถึงที่หมาย ทั้งสามคนรีบเดินเข้าไปยังห้องที่ทำการนัดแนะพวกเขาไว้ เมื่อเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปก็เจอกับห้องทำงานขนาดกว้างที่มีชายอายุกลางคนรูปร่างท้วมนิดๆในชุดสูททำงานสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำนั่งอยู่กลางห้อง ชายคนนั้นยิ้มอย่างอารมณ์ ก่อนจะรีบรับไหว้ทั้งสามสาว แล้วจึงเชิญทั้งสามคนให้มานั่งที่เก้าอี้ด้านตรงข้ามกับโต๊ะที่ตนกำลังนั่งอยู่
“เอาล่ะ หนูทั้งสามคนเป็นผู้ผ่านเข้ารอบการคัดเลือกศิลปินนักร้องค่ายRSในครั้งนี้นะ ซึ่งค่ายที่พวกหนูจะอยู่คือค่ายสาขาย่อยของRS คือค่ายกามิกาเซ่ พวกหนูรู้จักใช่ไหม?”
ชายกลางคนพูดอย่างอารมณ์ดี แล้วส่งยิ้มให้ทั้งสามคนอย่างเป็นมิตร
“รู้จักค่ะ...”
ทั้งสามตอบพร้อมกัน เด็กสาวเรือนผมยาวหันไปมองหน้าน้องสาวผมซอยสั้น แล้วจึงหันไปมองใบหน้าคมของแก้ว พอดีกับที่ดวงตาเรียวสีดำของแก้วหันมาสบกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลของฟางทันที จนฟางต้องรีบหันใบหน้าหวานไปทางอื่นอีกครั้ง
“โอเค...ต่อไปนี้ลุงจะให้พวกหนูเข้ารวมกลุ่มอยู่ในวงเดียวกันเลยนะ”
“อะไรนะคะ!!!?”
เสียงทั้งสามคนดังพร้อมกันอีกครั้ง แต่เสียงที่ออกจะดังกว่าคนอื่นก็มีฟางและแก้วสองคน จนกระทั่งเสียงเล็กแหลมของเฟย์เกือบจะโดนกลบหายไปเลย
“ก็อย่างที่พูดล่ะนะ ทางเราคัดเลือกมาเป็นอย่างดีแล้ว ห้ามเปลี่ยนตัวเลือกล่ะ”
ทั้งฟางและแก้วได้แต่เงียบสนิท โดยมีเฟย์ยืนยิ้มแป้นไม่รู้เรื่องอะไร ฟางทำหน้าเซ็งเล็กน้อย แต่แก้วกลับทำหน้าตาดูมีความสุขซะอย่างนั้น
จากนั้นทั้งสาม(หรือสอง?)ก็ได้จำใจฟังคำแนะนำและพูดคุยการเริ่มต้นในการเป็นศิลปินหน้าใหม่ของค่าย โดยที่ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้นั้นเป็นคนบอกและทำการเซ็นสัญญาในการเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ลำดับต้นๆของไทย
หลังจากที่ต้องเข้ารับการปฐมนิเทศเบื้องต้นอยู่นาน ทั้งสามจึงได้เดินออกมาจากห้อง เด็กสาวผมยาวสลวยได้แต่ทำหน้าเซ็งกะตายซะให้ได้ ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนๆยู่ขึ้นตามนิสัยส่วนตัว โดยที่เฟย์กับแก้วกลับยิ้มร่าไม่แพ้กัน
“นี่ฟาง ได้รวมวงกับแก้วแล้ว แก้วมีความสุขจัง”
“แต่ฟางไม่สุขด้วยนะ! ฮือออ เฟย์จ๋า พี่อยากตายยย”
ฟางถลาเข้าไปกอดเฟย์น้องสาวผู้น่ารักที่ตอนนี้ยิ้มซะจนเห็นเหล็กสำหรับดัดฟันในปากซะจนครบทุกตารางนิ้ว น้องสาวเกิดอาการงงเล็กน้อย แต่จู่ๆก็ยิ้มขึ้นมาด้วยความรู้สึกบางอย่าง
....ตั้งแต่วันนั้น เฟย์ไม่เคยเห็นพี่ฟางแสดงอารมณ์ตรงไปตรงมาเหมือนตอนนี้เลย.....
“เอาน่าพี่ฟางๆ อยู่กันไปนานๆ เดี๋ยวก็ “รัก” กันเองแหละ”
เฟย์พูดพร้อมกับหันไปพยักหน้ากับแก้ว เด็กสาวร่างสูงยิ้มเจ้าเล่ห์น้อยๆ แล้วจึงหยักคิ้วเรียวตอบกลับ
“เนอะๆๆๆ เดี๋ยวสักวันฟางหลงรักแก้ว แล้วฟางจะได้รู้ว่ารักแก้วคนนี้มีความสุขที่สุดในโลกเลย”
“ฟางไม่มีวันรักคนแบบแก้วแน่ๆ!! คนอะไรยียวนกวนประสาทชะมัด!”
ริมฝีปากเอิบอิ่มของแก้วคลี่ยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเรือนผมยาวสลวยที่ปกคลุมศีรษะเล็กของฟางอย่างเบามือ รู้สึกสนุกจริงๆที่ได้แกล้งคนตัวเล็กนี้
.....ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้กับคนที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกกันนะ......
ฟางเห็นดังนั้นจึงรีบปัดมือบางของแก้วออกทันที ดวงตากลมโตสุกใสทำท่าขุ่นเคืองเล็กน้อย ก่อนที่เสียงหวานจะถูกเอ่ยออกไป
“นี่ๆๆๆ ให้มันน้อยหน่อย! แก้วอายุเท่าไหร่เนี่ย ถึงได้มาลูบหัวฟางเล่นแบบนี้อ่ะ!?”
“หือ? ปีนี้ก็จะ15แล้วล่ะ ฟางล่ะ?”
....เฮ้ย มันน้อยกว่าฉันจริงเด่ะ =[]=....
ฟางได้แต่ยืนอึ้ง ยิ่งดูก็ยิ่งว่าคนตรงหน้าอายุน่าจะประมาณ17-18ขึ้นไปซะอีก ทั้งรูปร่างที่โปร่งสูง คนๆนี้อย่างน้อยต้องสูงสัก175แน่ๆเลย มาเทียบกับตัวเองแล้วแทบไม่ติดฝุ่น = =”
“อ่ะ...เอ่อ....”
“พี่ฟางปีนี้ 16 ส่วนเฟย์อายุเท่าแก้วล่ะ” นั้นไง ว่าแล้วเชียว แม่น้องสาวผู้ใสซื่อของฉัน - - บอกซะครบเลย
“อ้าว ฟางแก่กว่าแก้วจริงดิ เรียกพี่ฟางดีไหม?”
“ไม่ต้องๆๆๆๆ เรียกฟางนั้นแหละ! ฟางไปและๆๆ พรุ่งนี้มีซ้อมเช้านะ” เด็กสาวร่างเล็กรีบจูงมือบางของน้องสาวออกไปทันที อ๊ากกก นี่ฉันแก่ที่สุดในวงใช่ไหมเนี่ยยย!!? T^T
“จ้า~ กลับบ้านดีๆนะ เดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ ที่รักกกก~~!!”
“ก็บอกว่าไม่ใช่ที่รักแก้วไงเล่า!!!”
เสียงใสของฟางตะโกนกลับมาหลังจากที่แก้วส่งเสียงทุ้มปนยียวน กวนประสาท(ฟาง)ออกไป คนตัวสูงยิ้มอย่างพอใจ เขาไม่เคยเจอคนไหนที่ทำให้เขาถูกใจได้ขนาดนี้
.....รู้สึกทั้งดีใจและมีความสุขบอกไม่ถูกเลย แม้จะเป็นวันแรกที่ได้เจอกับคนๆนี้ก็ตาม.....
♥.................................................................................................................. ♥
TBC.
PS. ไปเยือนเกาหลีมาแล้วค่ะ เมื่อต้นเดือนตุลา อากาศกำลังเย็นสบาย ตอนเช้าประมาณ16องศา กลางคืนประมาณ12-13องศา =w=
ตะลอนไปตะลอนมา หนุกหนานมากค่ะ F4ในเกาหลีนี้บูมจริงๆนะ และอีกอย่าง พี่นิชคุณของเราๆก็บูมไม่แพ้กันเลย >< ภูมิใจคนไทย
เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายพวกป้ายที่พี่ๆเค้าเป็นพรีเซ็นเตอร์สักเท่าไหร่ - -
คนเกาตามย่านตลาด พูดภาษาไทยได้ชัดมากกกก =[]= ย่านอินเทวอนไม่เท่าไหร่ เพราะฝรั่งเยอะ พวกแถวนั้นเลยพูดอิ้งค์คล่องปร๋อ แต่ย่านเมี่ยงดง ทุกร้านพูดภาษาไทยได้เกือบหมด เสียดาย สินค้าต่อราคายาก (ดูมัน - -)
ยังไงก็รู้สึกสนุกล่ะเน้อ ที่ได้ไปเที่ยว เสียดายนา งานเอ็กโปไม่แน่ใจว่าบิ๊กแบงค์มาไหม? T^T เพราะดันไปตอนกลางวัน แต่คอนเสิร์ตจัดตอนกลางคืนซะนี่
edit @ 21 Nov 2009 19:30:44 by Miharu_kan 18*27 Banzaiii!!















